ผู้เขียน: Admin Website

  • Andreas Hartmann International Violin Masterclass

    Andreas Hartmann International Violin Masterclass

    14 - 20 สิงหาคม 2566

    Prof. Andreas Hartmann, อาจารย์สอนไวโอลินที่ University of Music “Franz Liszt”, Weimar ประเทศเยอรมนี
    Oksana Andriyenko, อาจารย์ด้านการบรรเลงเปียโนประกอบที่ University of Music “Franz Liszt”, Weimar ประเทศเยอรมนี


    Active Participation | รายละเอียดและการสมัครเข้าร่วม

    การอบรมเชิงปฎิบัติด้านการเล่นไวโอลินโดยอาจารย์ Andreas Hartmann และ Oksana Andriyenko ตลอด 1 อาทิตย์ โดยผู้เข้าร่วมอบรมแบบ Active จะได้รับ :

    • การอบรมเชิงปฎิบัติแบบตัวต่อตัวกับ Prof. Andreas Hartmann อย่างน้อย 5 ชั่วโมงตลอดทั้งสัปดาห์ (อาจถูกแบ่งออกเป็นคาบสั้นๆหลายคาบ)

    • การบรรเลงเปียโนประกอบโดย Oksana Andriyenko

    • คลาสเรียนแบบกลุ่ม

    • ร่วมแสดงคอนเสิร์ตที่ Goethe Saal สถาบันเกอเธ่แห่งประเทศไทย

    • ที่พักจำนวน 6 คืน พร้อมทั้ง อาหาร 3 มื้อ และ ของว่าง(จำเป็นต้องค้างคืน)

    ค่าใช้จ่าย:

    ค่าสมัคร: 1,000 บาท (สามารถขอคืนเงินได้ในกรณีที่ไม่เข้าร่วม)
    ค่าเรียนสำหรับ Active Participant: 21,000 บาท
    ค่าอาหารและที่พัก: 10,000 บาท

    สมัครออนไลน์

    ปิดรับสมัครในวันที่ 30 มิถุนายน 2566

    ผู้ที่สนใจเข้าร่วม Masterclass สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ โดยส่งอีเมลไปยัง info.klangkunst@gmail.com พร้อมทั้งแนบเอกสารดังต่อไปนี้ info.klangkunst@gmail.com

    • Curriculum Vitae (PDF) 
    • หลักฐานการโอนเงินค่าสมัคร 
    • Youtube Video Link: คลิปการแสดง ความยาวไม่เกิน 15 นาที ประกอบไปด้วยเพลง 2 บทเพลงที่ต่างยุคกัน โดยต้องมองเห็นภาพผู้สมัครได้อย่างชัดเจน และไม่อนุญาตให้มีการตัดต่อวีดีโอใดๆทั้งสิ้น

    Passive Participation และ Guest Auditor

    สิ่งที่ Passive Participant จะได้รับ
     

    • สามารถเข้าร่วมสังเกตการณ์การอบรมได้ตลอด 1 สัปดาห์
    • ที่พักจำนวน 6 คืน พร้อมทั้ง อาหาร 3 มื้อ และ ของว่าง
    • บัตรเข้าชมคอนเสิร์ต


    การสมัคร

    ปิดรับสมัครในวันที่  30 มิถุนายน 2566
     

    • สามารถสมัครออนไลน์ด้วยการเขียนอีเมล์ไปยัง  info.klangkunst@gmail.com
    • การชำระค่าใช้จ่ายจำนาน 20,000 บาท
    • ไม่สามารถขอเงินคืนได้

    ผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์

    สามารถซื้อบัตรเข้าชมงานได้ที่หน้าสถานที่จัดการอบรม

    –    บัตรเข้าชม 1 วัน ราคา: 500 บาท
    –    แพคเกจ 3 วัน ราคา: 1,300 บาท
    –    แพคเกจ 7 วัน ราคา: 3,000 บาท

    ไม่สามารถขอเงินคืนได้

    ภาษาที่ใช้ในการอบรม: อังกฤษ และ เยอรมัน

    สถานที่จัดงาน

    CHANN Bangkok-Noi

    https://www.facebook.com/ChannBangkokNoi


    Meet our Professors

    Andreas Hartmann

    Andreas Hartmann จบการศึกษาจาก Musikhochschule Weimar โดยได้ศึกษากับ Jost Witter นอกจากนั้น เขายังเคยได้รางวัลจากการแข่งขันมากมาย อาทิ International Johann Sebastian Bach Competition และ International Tchaikovsky Competition 

    ในปี ค.ศ. 1984 Andreas Hartmann ได้รับตำแหน่งหัวหน้าวงของ Grosser Rundfunkorchester Leipzig และหลังจากนั้นในปี 1990เขาก็ได้รับตำแหน่งเดียวกันที่ MDR Symphony Orchestra กิจกรรมคอนเสิร์ตของเขา มีทั้งการเล่นดนตรีแชมเบอร์และการแสดงเดี่ยว ซึ่งเขาแสดงร่วมกับ MDR Symphony Orchestrav อาทิ Double Concerto ของ Brahms ร่วมกับ Rodin Moldovan นอกจากนั้น Andreas Hartmann ยังแสดงคอนเสิร์ตยุโรป เอเชีย และ แคนาดา อีกด้วย 

    นอกจากนี้ Andreas Hartmann ได้ออก CD มากมาย รวมทั้งยังได้ร่วมแสดงผ่านทาง tv และวิทยุอีกด้วย หนึ่งในอัลบั้มของเขาคืออัลบั้มฉลองวันเกิดครบรอบ 200 ปี ของ Felix Mendelssohn Bartholdy และ Sonata for Violin และ Piano ของ Robert Schumann ร่วมกับนักเปียโน Rolf-Dieter Arens

    Andreas Hartmann เล่นไวโอลินของ Guarneri ปี ค.ศ. 1744


    Oksana Andriyenko

    Oksana เป็นนักเปียโนจาก Odessa, ยูเครน ที่ได้รับรางวัลมากมาย ในจำนวนนั้นคือ Sergei Rachmaninov และ Henryk Neuhaus piano competitions หลังจากที่จบปริญญาตรีของยูเครน Oksana ได้เข้าศึกษาต่อในระดับ Konzertexam ด้าน Chamber Music ที่ University of Music FRANZ LISZT WEIMAR นอกจากน้ันในฐานะนักเปียโนและนักดนตรีแชมเบอร์ Oksana ได้แสดงคอนเสิร์ตที่ เยอรมนี ออสเตรีย ญี่ปุ่น โปแลนด์ ยูเครน และ สวิตเซอร์แลนด์

    Oksana ได้แสดงในฐานะนักดนตรีแชมเบอร์ร่วมกับนักไวโอลินที่มีชื่อเสียงมากมาย อาทิ Igor Oistrach, Boris Kuschnir, Ingolf Turban, Lukas Hagen, Zscholt Tihamer Visontay, Thomas Zehetmair, Martin Spangenberg, Igor Ozim และ Friedemann Eichhorn

    เธอมีประกบการณ์ด้านการสอนมากว่า 18 ปี ที่ University of Music FRANZ LISZT WEIMAR และยังเป็นนักเปียโนสำหรับการแข่งและ Masterclass มากมาย อาทิ International Louis Spohr Competition in Weimar, Violin Funding Competition in Dessau, Master Class Haus Marteau Lichtenberg และ Summer Academy Mozarteum in Salzburg

    https://www.oksana-andriyenko.de

  • “The Portrait” 

    “The Portrait” 

    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

    19.30

    Goethe-Saal, สถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย

    18/1 ซอยเกอเธ่ สาทร1 กรุงเทพฯ 10120 ประเทศไทย

    บัตรเข้าชม

    บุคคลทั่วไป 800 บาท/ นักเรียน นักศึกษา 350 บาท

    สามารถสำรองที่นั่งได้ที่ 

    info.klangkunst@gmail.com หรือ https://lin.ee/cx7AqzU


    เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปีการเสียชีวิตของ Sergei Prokofiev ในปี พ.ศ. 2566 klang.kunst ต้องการที่จะจัดคอนเสิร์ตซีรีส์ เพื่อเป็นเกียรติและระลึกถึง Prokofiev โดยจะมีจัดโปรแกรมที่มีบทประพันธ์ที่สำคัญของ Prokofiev จากช่วงต่างๆในชีวิตของเขา

    เมื่อ 50 ปีก่อน บทประพันธ์ของ Prokofiev ถือว่าเป็นผลงานที่มีความล้ำหน้าและมีความอาจหาญมาก แต่ในปัจจุบัน เราสามารถได้ยินผลงานการประพันธ์ของเขาในเกมส์ หนัง ซีรี่ย์ หรือแม้กระทั่งโฆษณา แต่ว่าหลายๆคนกลับไม่รู้ว่าจริงๆแล้ว เพลงที่เขาได้ยินเป็นผลงานของนักประพันธ์คนสำคัญคนนึงในประวัติศาสตร์

    "The Portrait" เป็นคอนเสิร์ตที่มีโปรแกรมจากบทเพลงช่วงปลายชีวิตของ Prokofiev บรรเลงโดยนักดนตรีไทยมากความสามารถ กษิณา อังศวานนท์, สุปวีร์ ศรีสุริฉัน, จิรายุ เตชะมานะพงศ์ และ กาจก้อง ศศิสัจจา

    พร้อมกับการบรรยายเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของ Prokofiev โดย วรรธนะ ตันเจริญผล 

    มาทำความรู้จักกับ Prokofiev ให้มากขึ้นในวันที่ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 ที่ Goethe-Saal, สถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย.


    รายการแสดง


    Piano Sonata No. 9 in C major, Op. 103 (1947)

    I.Allegretto

    II.Allegro strepitoso

    III.Andante tranquillo – Allegro sostenuto

    IV.Allegro con brio, ma non troppo presto – Andantino – Allegretto – Poco meno mosso 

    สุปวีร์ ศรีสุริฉัน, เปียโน


    Violin Sonata No. 1 in F minor, Op. 80 (1946)

    I.Andante assai 

    II.Allegro brusco 

    III.Andante 

    IV.Allegrissimo – Andante assai, come prima

     กสิณา อังศวานนท์, ไวโอลิน

    สุปวีร์ ศรีสุริฉัน, เปียโน


    Flute Sonata in D Major, Op. 94 (1943)

    I.Moderato

    II.Scherzo: Presto

    III.Andante 

    IV.Allegro con brio

     จิรายุ เตชะมานะพงษ์, ฟลูต

    กาจก้อง ศศิสัจจา, เปียโน


    วรรธนะ ตันเจริญผล, บรรยาย


    ศิลปิน

    กสิณา อังศวานนท์

    กสิณา อังศวานนท์ (น้อยหน่า) สนใจการเล่นไวโอลินและได้เริ่มเรียนไวโอลินกับ อ.อ้อมพร โฆวินทะ ในหลักสูตรของระบบซูซุกิตั้งแต่อายุ 4 ขวบ จนได้มาศึกษาต่อกับ อ.ศิริพงษ์ ทิพย์ธัญ เมื่ออายุ 9 ปี กสิณาได้รับการศึกษาจากโรงเรียนจิตรลดาตั้งแต่ระดับอนุบาล 1 ถึงชั้น ป.5 ซึ่งต่อมาเธอได้รับทุนดนตรีเพื่อศึกษาต่อที่ Harrow International School Bangkok ในระดับมัธยมต้น ก่อนที่จะได้รับทุนเพื่อไปเรียนต่อในชั้นมัธยมปลาย ณ ประเทศอังกฤษที่ Menuhin School ซึ่งที่นั่นเธอได้เรียนไวโอลินกับ Prof. Akiko Ono จนได้เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่ Music and Performing Arts Vienna และได้มาศึกษาต่อกับ Prof. Dora Schwarzberg จนถึงปัจจุบัน 

    กสิณาจัดว่าเป็นนักดนตรีคลาสสิกดาวรุ่งที่ขยันฝึกซ้อมและใฝ่เรียนรู้คนหนึ่งของเมืองไทย เธอได้รับโอกาสให้เข้าร่วมเรียนในค่ายดนตรีทั้งในประเทศและต่างประเทศหลายครั้ง อาทิเช่น Ishikawa International Summer Academy ในปี 2015 และ 2017, Chigiana Summer Academy ในปี 2018 และ 2019 และ ISA ในปี 2020 และ 2022 ซึ่งทำให้เธอได้มีโอกาสเรียนกับนักไวโอลินที่มีชื่อเสียงจากสถาบันดนตรีในต่างประเทศหลายแห่งตั้งแต่เด็กอาทิเช่น Prof.Micheal Ma, Daniel Garlitsky, Nanette Chen, Yuri Zhislin, Roland Daugareil, Prof. Koichiro Harada, Prof. Nam Yun Kim, Prof. Mayuko Kamio, Mengla Huang, Kyoko Yonemoto, Prof. Regis Pasquier, Prof. So-Ock Kim, Prof. Boris Belkin, Prof. Stephan Picard and Prof. Dora Schwarzberg ทั้งยังได้รับเลือกให้ร่วมเล่นดนตรีกับนักเปียโนที่มีชื่อเสียงอย่าง Charles Owen ใน chamber music project ที่ Menuhin School

    นอกจากนี้กสิณาถึงยังได้เข้าร่วมการแข่งขันไวโอลินตั้งแต่วัยเด็ก และได้รับรางวัลชนะเลิศทั้งในประเทศและต่างประเทศมามากมาย อาทิเช่น ANZCA Modern Piano & Violin Competition 2009 and 2012, Osaka International Music Competition 2016, Princess Galyani Vadhana International Ensemble Competition 2016 (Second prize) & 2017 (First prize), The Final Beethoven Music Competition 2016 ซึ่งทำให้เธอได้มีโอกาสไปแสดงคอนเสิร์ตในงาน Beethovenfest 2018 ที่เมือง Bonn ประเทศเยอรมนี, Tunbridge Wells International Music Competition 2021 (Merit) และล่าสุดเธอเพิ่งได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขัน The 14th Arthur Grumiaux International Violin Competition 2022 ณ กรุงบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยมเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา


    สุปวีร์ ศรีสุริฉัน

    สุปวีร์ ศรีสุริฉัน (ปุณณ์) เกิดที่กรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. 2545 เริ่มเรียนดนตรีตั้งแต่อายุ 4 ขวบ แต่ไม่ได้ทุ่มเทศึกษาเครื่องดนตรีเปียโนอย่างจริงจังจนกระทั่งอายุ 11 ปี เขาเป็นลูกศิษย์ของเสกข์ ทองสุวรรณ และ ศุษมา พงศ์พลาดิศัย เขายังได้เรียนกับ Prof.Rolf-Dieter Arens เป็นประจำ 

    ในปี 2560 เขาย้ายไปศึกษาต่อในยุโรปที่ Mozarteum University of Salzburg ที่มีชื่อเสียงโดยเริ่มเรียนในหลักสูตร Pre-College ซึ่งเขาได้ศึกษาภายใต้การดูแลของศาสตราจารย์ Claudius Tanski หนึ่งปีต่อมาเขาเข้าเรียนในหลักสูตรปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยโดยเป็นหนึ่งในนักศึกษาที่อายุน้อยที่สุดเมื่ออายุ 16 ปี ปัจจุบันเขากำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาโทภายใต้การดูแลของศาสตราจารย์ Pavel Gililov 

    เขาได้รับรางวัลจากการแข่งขันเปียโนหลายรายการ เช่น Set Youth Musician Competition (รางวัลที่ 1) Thailand Steinway Youth Piano Competition (รางวัลที่ 2), The Final Beethoven Piano Competition (รางวัลที่ 1) Thailand Mozart International Piano Competition (รางวัลที่ 1 ในวัย 14 ปี รุ่นอายุ 18-24 ปี) เขายังได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งสองปีซ้อนจากการแข่งขัน Princes Galyani Vadhana International Ensemble Competition ในปี 2559 และ 2560 (ประเภท Duet for Piano and other Instrument) 

    เขาได้ร่วมแสดงที่เทศการดนตรีต่างๆ มากมายในยุโรปอาทิเช่น Beethoven Festival ณ กรุงบอนน์ ประเทศเยอรมนี, ClaviColonge International Piano Festival, International Piano Masterclasses Katowice, Sicily International Piano Festival เป็นต้น 

    เขายังได้ร่วมอัดเสียงในโปรเจ็กต์ชื่อ “Beethoven Project” สำหรับสำนักพิมพ์ชื่อดังระดับโลกอย่าง “Henle Verlag” ซึ่งวีดีโอการแสดงของเขาได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Henle Verlag

    เขาได้เข้าร่วมมาสเตอร์คลาสกับนักเปียโนหลายคนจากทั่วโลก อาทิเช่น Idil Biret, Elisabeth Leonskaja, Anna Malikova, Andreas Groethuysen, Christopher Harding, Rolf Plagge, Ning An


    จิรายุ เตชะมานะพงษ์

    จิรายุ เริ่มเรียนฟลูตตอน อายุ 9 ปี โดยเริ่มเรียนกับ อาจารย์ ศิริพร จินะณรงค์ ในเวลาต่อมา จิรายุ ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของวงโยธวาทิตโรงเรียนอัสสัมชัญ เเผนกประถม ในตำเเหน่งฟลูต และ สามารถสอบเข้าโรงเรียน สาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาในโครงการผู้มีความสามารถพิเศษทางด้านดนตรีได้ตามลำดับ ในระหว่างนั้น จิรายุ ได้เรียนฟลูตอย่างจริงจังมาโดยตลอดโดยเรียนกับ อาจารย์ จักกฤษย์ มลิวัลย์ อาจารย์ เพล ตั้งเสรีมั่นคง และอาจารย์ ชัชวาล อรรถกิจโกศล

    ในปี พ.ศ. 2559 จิรายุ ได้เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่สาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในโครงการผู้มีความสามารถทางด้านศิลปะดีเด่นระดับชาติ โดยศึกษาด้านการบรรเลงฟลูตกับอาจารย์ สัณห์ชีพ วิทยนคร ซึ่งจิรายุ สำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ. 2563 ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง

    ในปี พ.ศ. 2560 จิรายุ ได้รับรางวัลเหรียญทอง จากการเเข่งขัน Flute Ensemble ในรายการ Japan Flute Convention ครั้งที่ 18 ณ เมืองคาวาซากิ ประเทศญี่ปุ่น ถัดมาในปี พ.ศ. 2561 ได้เข้าร่วมการทัวร์คอนเสิร์ตกับวงดุริยางค์สยามซินโฟนิเอตต้า ณ นครนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา และในปี พ.ศ. 2562 ได้เข้าร่วมการทัวร์คอนเสิร์ตในทวีปยุโรปกับวงดุริยางค์สยามซินโฟนิเอตต้าเช่นเดียวกัน

    ทั้งนี้ ได้เคยเข้าร่วมการอบรมโดยนักฟลูตที่มีชื่อเสียง เช่น Robert Aitken, Trevor Wye, Julien Beaudiment, Jasmine Choi, Sarah Newbold, Elizabeth Dooner, Angela Firkins, Sharon Bezaly, Thomas Robertello, Gianni Biocotino, และ Wally Hase รวมถึงมีประสบการณ์ในการเล่นวงออร์เคสตราระดับเยาวชนในประเทศไทย ได้แก่ วงดุริยางค์เยาวชนไทย, วงออร์เคสตราเยาวชนแห่งสถาบันดนตรีกัลยานิวัฒนา, และวงดุริยางค์สยามซินโฟนิเอตต้า

    ปัจจุบัน จิรายุกำลังศึกษาอยู่ในหลักสูตรปริญญาโทควบปริญญาเอก สาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงเป็นสมาชิกวงดุริยางค์สยามซินโฟนิเอตต้า


    กาจก้อง ศศิสัจจา

    กาจก้องเริ่มเรียนเปียโนตั้งแต่อายุ 4 ปี เข้าศึกษาวิชาเอกดนตรีที่โรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) และเรียนเปียโนกับ ดร.ปวัตน์ชัย สุวรรณคังคะ ต่อมาเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีที่คณะครุศาสตร์ สาขาดนตรีศึกษา เอกการสอนดนตรีสากล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเรียนเปียโนกับ ดร.สุวรรณา วังโสภณ กาจก้องได้รับรางวัล Trinity Awards เกรด 8 ในปี 2560 และรางวัล Trinity Exhibition Award ในปี 2561 และเข้าร่วมเปียโนมาสเตอร์คลาสหลายรายการ ปัจจุบันกาจก้องเรียนเปียโนกับ สัณห์ จิตตการ และสอนเปียโนอยู่ที่โรงเรียน Kawai Music School สาขา Central World และ โครงการห้องเรียนดนตรีโรงเรียนหอวัง

  • “Where words fail, music speaks”

    “Where words fail, music speaks”

    “Where words fail, music speaks”
    (Hans Christian Andersen, 1805-1875)

    เรื่องโดย รักรวี รักใหม่ นักศึกษาปริญญาโทสาขาดนตรีบำบัด ที่ University of Arts Berlin เยอรมนี

    รูปโดย พัสกร ชุมศิลป์ศิริ

    หลายครั้งที่เราได้ยินเสียงดนตรีและทำให้หวนนึกถึงเหตุการณ์ หรือ ช่วงเวลาต่างๆในชีวิต จนบางครั้งทำให้เราเผลอยิ้ม หัวเราะ หรือร้องไห้ออกมาโดยไม่รู้ตัว นั่นคือความมหัศจรรย์ของดนตรีที่สามารถฝังลึกเข้าไปถึงจิตใต้สำนึกของเราได้ ดนตรีไม่เพียงสร้างความไพเราะ แต่ยังสามารถสร้างอารมณ์ร่วมกับประสบการณ์ของเรา เรื่องบางเรื่อง อารมณ์บางอารมณ์ และเหตุการณ์บางอย่างอาจไม่สามารถที่จะอธิบายเป็นคำพูดได้ 

    แล้วจะเป็นอย่างไรถ้าหากเราลองเปลี่ยนจากการใช้คำพูดมาเป็นเสียงดนตรีใน การสื่อสารอารมณ์แทน? 

    เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “ดนตรีบำบัด” มาไม่มากก็น้อย แต่ดนตรีบำบัดนั้นคือ อะไร และ วิธีการของดนตรีบำบัดนั้นเป็นอย่างไร ในฐานะนักศึกษาปริญญาโทสาขาดนตรีบำบัด ที่ University of Arts Berlin ประเทศเยอรมนีเลยอยากมาถ่ายทอดบางแง่มุมให้ทุกคนได้อ่าน 

    อาจารย์มักจะพูดในคลาสเรียนเสมอว่า ถ้าพูดถึงศาสตร์ของดนตรีบำบัดนั้นอาจจะแบ่งได้ออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ Music as Therapy และ Music in Therapy 

    Music as Therapy หมายถึง การใช้ดนตรีเพื่อการบำบัด นักดนตรีบำบัดจะพิจารณาและนำองค์ ประกอบต่างๆ ของดนตรีมาใช้ในการบำบัดคนไข้ เช่น การใช้เสียงสูง หรือ ต่ำ, จังหวะเร็ว หรือ ช้า, การใช้ทำนองและองค์ประกอบทางดนตรีอื่นๆ เพื่อให้ส่งผลต่อการรักษามากที่สุด หรือรวมไปถึงการ พัฒนาระบบประสาทสัมผัสส่วนต่างๆ ผ่านการเล่นดนตรี 

    แต่ส่วนมาก รูปแบบของดนตรีบำบัดที่เป็นที่นิยมในประเทศเยอรมนี คือ Music in Therapy ซึ่งเป็นการนำดนตรีมาเป็นส่วนหนึ่งของการบำบัด วิธีการบำบัดแบบนี้จะค่อนข้างแตกต่างจากแบบแรกโดยสิ้นเชิง เนื่องจากนักดนตรีบำบัดจะใช้ดนตรี เป็นเครื่องมือในการสื่อการกับคนไข้ โดยจุดสนใจหลักของชั่วโมงบำบัดไม่ได้อยู่ที่การปรับแต่งเพลง เพื่อใ้ห้ได้ผลลัพท์ที่เฉพาะเจาะจง แต่เป็นจะการสร้างความสัมพันธ์และถ่ายทอดอารมณ์ระหว่างคนไข้และนักบำบัดมากกว่า 

    ผู้เข้ารับการบำบัดอาจจะมีส่วนร่วมในการเล่นดนตรีโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เบื้องต้นทางด้านดนตรี (Active Musictherapy) หรือ การให้ผู้เข้ารับการบำบัดฟังดนตรีและถ่ายทอดอารมณ์ออกมา (Receptive Musictherapy) หลังจากนั้น นักดนตรีบำบัดจะพูดคุยและถามความรู้สึกหรือการรับรู้ของคนไข้ที่เกิดขึ้นในระหว่างที่เล่นหรือฟังดนตรี เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดของคนไข้และนำสิ่งเหล่านั้นมาพัฒนาสู่กระบวนการบำบัด 

    แต่การจะสะท้อนความคิด ความรู้สึกผ่านดนตรี เพื่อนำไปสู่กระบวนการบำบัดเป็นอย่างไร?

    มีเหตุการณ์ครั้งหนึ่ง ตอนไปฝึกงานที่แผนกดนตรีบำบัดของโรงพยาบาลจิตเวชแห่งหนึ่งใน ประเทศเยอรมันนี ในห้องดนตรีบำบัดที่เต็มไปด้วยเครื่องดนตรีหลากหลายชนิด ทั้งเปียโน กีต้าร์ ไซโลโฟน ดับเบิ้ลเบส กลอง เครื่องเคาะจังหวะต่างๆ ฯลฯ มีเก้าอี้ที่ล้อมเป็นวงกลมรอให้คนไข้เข้าสู่ชั่วโมงดนตรี บำบัดแบบกลุ่ม คนไข้แต่ละคนเริ่มทยอยเข้ามาในห้อง หลายคนหันมาทักทายเราและพูดคุยกันด้วยท่าทีที่ดูเป็นปกติ เมื่อพร้อมแล้วนักดนตรีบำบัดก็เริ่มต้นด้วยการทักทายและพูดคุยถึงอารมณ์ของคนไข้แต่ละคนในวันนั้น เมื่อพูดคุยกันครบทุกคนแล้ว นักบำบัดก็อธิบายถึงการเล่นดนตรีโดยใช้การ Improvise ซึ่งหัวข้อในวันนั้นคือ “สายน้ำ” โดยให้คนไข้จินตการถึงสายน้ำและถ่ายทอดสายน้ำนี้ ผ่านเสียงดนตรีไปพร้อมกัน คนไข้ทุกคนลุกขึ้นไปเลือกเครื่องดนตรีที่คิดว่าเหมาะสำหรับหัวข้อนี้ และ เมื่อทุกคนพร้อม การ Improvisation ก็เริ่มต้นขึ้น เสียงเครื่องดนตรีค่อยๆ ดังขึ้นทีละชิ้น สายน้ำ ค่อยๆ เริ่มไหลไป ในระหว่างที่เล่น ตัวเราก็เริ่มรู้สึกว่าสายธารนี้มันเริ่มวนเวียน และน้ำก็ดูขุ่น มัว ไม่ได้ทำรู้สึกสดชื่นดั่งที่สายน้ำควรจะเป็น ยิ่งเวลาดำเนินไปนานเท่าไหร่ เสียงดนตรีที่ถ่ายทอดแทน สายน้ำก็ยิ่งทำให้รู้สึกถึงความอ้างว้าง ขุ่นมัว และดูเหมือนจะหาทางออกไม่เจอ จนเสียงของเครื่อง ดนตรีค่อยๆเงียบลงไปทีละชิ้น ความรู้สึกอึดอัดนี้มันหนักอึ้งอยู่ในอก ความหดหู่ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนจะจมน้ำแทนที่จะไหลตามสายน้ำนั้นไป 

    นักบำบัดเริ่มพูดคุยกับคนไข้ทีละคนเพื่อถามถึงความรู้สึกระหว่างเล่นดนตรีและความรู้สึกที่มีต่อสายน้ำที่เขาถ่ายทอดผ่านเสียงดนตรี คนไข้แต่ละคนมีสีหน้าที่แตกต่างจากตอนต้นชั่วโมงไปโดยสิ้นเชิง บางคนเริ่มพูดถึงความรู้สึกเศร้าของตัวเอง บางคนเริ่มร้องไห้ มีคนไข้คนนึงพูดว่า เขารู้สึกว่าสายน้ำของเขาไหลสวนทางกับสายน้ำของคนอื่นๆ เหมือนกับชีวิตของเขา บุคลิก ของเขาที่อาจจะแตกต่างจากคนในสังคมส่วนมาก มันทำเขารู้สึกอึดอัดและไม่รู้จะถ่ายทอดความรู้สึกนี้ออกมาอย่างไร คนไข้อีกคนพูดถึงชีวิต ณ ปัจจุบันกับโรคทางจิตเวชที่เขาเป็น ความสับสนทางอารมณ์ของเขาและเขาก็ไม่รู้จะหาทางออกจากความสับสนนี้ได้อย่างไร 

    ในระหว่างที่นั่งฟังการสะท้อนความคิดของคนไข้แต่ละคน ทำให้เราเข้าใจถึงความรู้สึกขุ่นมัวของสายน้ำที่คนไข้ได้ถ่ายทอดผ่านเสียงดนตรีออกมา ในระหว่างการพูดคุย นักดนตรีบำบัดไม่ได้ตั้งคำถามเพื่อเป็นการชี้นำทางอารมณ์หรือ หาวิธีการแก้ปัญหาให้กับผู้ป่วย แต่เป็นการตั้งคำถามเพื่อให้ผู้ป่วยมองย้อนกลับไปสำรวจความคิด และอารมณ์ของตัวเอง 

    เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนจะเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นว่าหน้าที่ของดนตรีและนักดนตรีบำบัด จริงๆ แล้วอาจจะเปรียบเหมือน ตัวช่วยในการหากุญแจเพื่อนำไปการปลดล็อคปมปัญหา โดยผู้ป่วยจะต้องเป็นคนเลือกกุญแจเหล่านั้นด้วยตนเอง นักบำบัดจะมีหน้าที่คอยสังเกตพฤติกรรมและอารมณ์ของคนไข้ด้วยการใช้ดนตรีเป็นสื่อกลาง แล้วนำสิ่งที่ได้จากการถ่ายทอดผ่านดนตรีมาตีความ ตั้งคำถาม หรือสะท้อนเพื่อให้คนไข้นำสิ่งเหล่านั้นไปต่อยอดเป็นคำถามของตัวเองหรือนำไปตกตะกอนทางความคิดเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง 

    การเปลี่ยนจากการใช้คำพูดเป็นเสียงดนตรีในการสะท้อนความคิดและความรู้สึก สามารถช่วยให้คนเราเข้าถึงจิตใจของตัวเองได้ง่ายกว่าการเรียบเรียงออกมาเป็นคำพูด เพราะการใช้คำพูดในการ อธิบายมักจะต้องกลั่นกรองผ่านกระบวนการทางความคิดเพื่อเรียบเรียงคำพูดเหล่านั้นให้ออกมา เป็นการสื่อสารที่ดีที่สุด แต่ในทางกลับกัน ดนตรีจะดึงจิตใต้สำนึกของคนเราออกมาโดยที่ตัวเราเองก็อาจจะไม่ทันรู้ตัว ทำให้สิ่งที่สะท้อนออกมานั้นเป็นความรู้สึกที่มาจากเนื้อแท้โดยปราศจากการปรุงแต่งใดๆ 


    อ้างอิง

    Eschen, J. T. (2009) “Akitve Musiktherapie,” in Decker-Voigt, H.-H. and Weymann, E. (eds.) Lexikon Musiktherapie. Hogrefe, pp. 9–10.

    Frohne-Hagemann, I. (2009) “Rezepitve Musiktherapie,” in Decker-Voigt, H.-H. and Weymann, E. (eds.) Lexikon Musiktherapie. Hogrefe, pp. 411–415.

  • Atelier

    Atelier

    10 กันยายน 2565

    20.00

    Goethe-Saal, สถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย

    18/1 ซอยเกอเธ่ สาทร1 กรุงเทพฯ 10120 ประเทศไทย

    บัตรเข้าชม

    500 บาท สำหรับบุคคลทั่วไป / 300 บาท สำหรับนักเรียน (อายุไม่เกิน 25 ปี ต้องแสดงหลักฐานก่อนเข้าชม)

    สามารถสำรองที่นั่งได้ที่ 

    info.klangkunst@gmail.com หรือ https://lin.ee/cx7AqzU


    “The music before 1800 speaks, the music afterwards paints”

    (Harnoncourt: Musik als Klangrede)


    คุณเคยฟังดนตรีแล้วมีภาพจินตนาการเกิดขึ้นในหัวของคุณมั้ย?

    คุณเคยคิดบ้างรึเปล่าว่าถ้าคุณวาดภาพนั้นออกมา ภาพนั้นจะเป็นอย่างไร?

    พวกเราอยากชวนคุณมาร่วมในคอนเสิร์ตที่มีชื่อว่า "Atelier"
    แล้วมาร่วมทดลองไปกับเราในการที่จะเปลี่ยนความรู้สึกและจินตนาการจากดนตรีที่คุณได้ยินมาเป็นภาพวาด 

    ในโปรแกรมคอนเสิร์ตที่มีแรงบันดาลใจมาจากสัญลักษณ์ที่หลากหลายจากบทกวีฝรั่งเศส อาทิ ฉากจากฤดูร้อนในเทือกเขาไปจนถึงการเต้นระบำของแพะ 

    มาร่วมแต่งแต้มค่ำคืนให้เต็มไปด้วยสีสันแห่งดนตรีด้วยมือของคุณไปกับพวกเราใน "Atelier"


    รายการแสดง

    Jacques Castérède

    Flûtes en Vacances 

    I. Flûtes Pastorales 

    II. Flûtes Joyeuses 

    III. Flûtes Rêveuses

    IV. Flûtes Légères


    Sigfrid Karg-Elert

    Sonata Appassionata, op.140


    Arthur Honegger

    Danse de la Chèvre, H. 39


    Claude Debussy

    Arabesque I & Arabesque II

    (Arranged by Howard A. Cohen)


    Eugène Bozza

    Jour d’été à la montagne

    I. Pastorale

    II. Aux bord du torrent

    III. Le Chant des forêts

    IV. Ronde


    Claude Debussy

    Syrinx, L.129


    Claude Debussy

    Prélude à l’Après-midi d’un Faune

    (Arranged by Gudrun Hinze)


    Alisa Von Rohden Siripanich,

    Heli Vaalamo,

    Lena Seitz,

    Praewa Chumsilpsiri,

    Sanook Boonpan, Flutes


    Meet our Flutists

    Alisa Von Rohden Siripanich

    Alisa เริ่มสนใจการเล่นฟลูทตั้งแต่อายุ 8 ขวบหลังจากที่เธอได้ดูอุปรากรเรื่อง "The Magic Flute" ของ Wolfgang Amdeus Mozart 

    Alisa เริ่มเรียนฟลูทกับคุณป้า Renate Ruge – von Rohden หลังจากนั้นเธอได้เข้าร่วมโครงการ ISMA ของ Musikhochschule Lübeck โดยเธอได้เรียนกับ Angela Firkins 

    นอกจากนั้น Alisa ยังได้ร่วมเล่นกับวงออเคสตร้าเยาวชนมากมาย รวมทั้งยังได้รับรางวัลจากการแข่งขันเยาวชนและเข้าร่วม Masterclass และ Chamber music corses อีกด้วย

    ปัจจุบัน Alisa กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีที่ Musikhochschule Lübeck กับอาจารย์ Angela Firkins

    นอกเหนือจากนั้น Alisa ยังยังมีความสนใจในการเรียนภาษาไทยเป็นอย่างมาก เธอได้เข้าเรียนวิชาภาษาไทยอย่างสม่ำเสมอที่มหาวิทยาลัยเมือง Hamburg


    Heli Vaalamo

    Heli Vaalamo นักฟลูทชาวฟินแลนด์ที่เรื่มเรียนดนตรีตั้งแต่อายุ 7 ปี ในปี พ.ศ. 2555 Heli ได้เข้าเรียนที่ Sibelius Academy ในฐานะนักเรียนเยาวชน ก่อนที่เธอจะจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากสถาบันเดียวกัน โดยเธอได้เรียนกับ Petri Alankoก่อนที่เธอจะจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี เธอได้มีโอกาสเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ Musikhochschule Lübeck ซึ่งเป็นสถาบันที่เธอกำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาโทในปัจจุบัน ในชั้นเรียนของ Angela Firkins

    Heli ได้เข้าร่วม masterclass กับนักฟลูทที่มีชื่อเสียงมากมาย อาทิเช่น Christina Fassbender, Silvia Careddu, Sophie Cherrier, Emily Beynon และ Jacques Zoon นอกจากนั้นเธอยังเป็นสมาชิกของ Orchester Academy ของวง Lübecker Philharmoniker และยังเป็นนักดนตรีรับเชิญในวงออเคสตร้ามากมาย อาทิเช่น Rostock Philharmonic Orchestra และ Thüringer Symphoniker

    นอกเหนือจากการเล่นวงออเคสตร้า Heli ยังมีความสนใจในการเล่นดนตรีร่วมสมัย โดยการแสดงครั้งแรกในประเทศไทยของเธอจะจัดขึ้นที่สถาบันกัลยาณิวัฒนาในเดือนสิงหาคมนี้


    Lena Seitz

    Lena Seitz เกิดที่เมือง Karlsruhe ในปีพ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นที่ที่เธอได้เริ่มเรียนพื้นฐานด้านดนตรี หลังจากนั้นนอกเหนือจากการเรียนฟลูทกับ Mathias Allin เธอยังได้เข้าร่วม Masterclass กับนักฟลูทมากมาย อาทิเช่น Peter-Lukas Graf, Mario Caroli, Philippe Bernold, Stephanie Winker, Ulf-Dieter Schaaff, Michael Faust และ Gergely Ittzés ปัจจุบัน Lena กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีที่ Musikhochschule Lübeck ในชั้นเรียนของ Angela Firkins

    ตอนสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลาย Lena ได้รับรางวัล Hermann Levi จาก Richard Wagner Association in Karlsruhe สำหรับความสามารถที่โดเด่นในด้านดนตรี ในปี 2562 เธอได้เข้าร่วมโครงการบันทึกเสียงของ NDR ที่มีชื่อว่า “Young Artists in the North" นอกจากนั้นในปี 2563 เธอยังได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่ง Handel Youth Competition of the Handel Society Karlsruhe e.V อีกด้วย

    ด้วยรูปแบบการแสดงคอนเสิร์ตที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยตัวของเธอเอง เช่น โครงการ “Climate Crisis – music for manmade apocalypse” หรือ “The Woman in Art” เธอต้องการบูรณาการประเด็นทางการเมืองในปัจจุบันเข้ากับธุรกิจคอนเสิร์ตและเชื่อมโยงรูปแบบศิลปะเข้าด้วยกัน

    ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 Lena Seitz เป็นผู้ได้รับทุนการศึกษาของเยอรมนีและเป็นสมาชิกของโครงการสนับสนุน ClassicPeople ในเดือนพฤษภาคม 2564 เธอได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันออนไลน์ "ENKOR Competition" และในเดือนกรกฎาคม 2564 เธอได้รับรางวัล Possehl Prize ร่วมกับ duo ของเธอ สำหรับแนวคิดการแสดงดนตรีใหม่

    ในปีที่ผ่านมา Lena ได้เป็นแลกเปลี่ยนที่ Paris และ Barcelona ซึ่งเธอได้ศึกษากับ Magali Mosnier และ Albert Mora


    แพรวา ชุมศิลป์ศิริ

    แพรวา ชุมศิลป์ศิริ แพรวา ชุมศิลป์ศิริ เริ่มเรียนฟลูทตอนอายุ 13 ปี กับนายณรงค์ฤทธิ์ ลิ้มรุ่งยืนยง และนางกัลยาณ์ พงศธร ภายหลังในปี พ.ศ. 2556 ได้เข้าศึกษาต่อกับอาจารย์ Hiroshi Matsushima ที่ Young Artist Music Program วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และในปี พ.ศ. 2559 ที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขา Flute Performance ในปี พ.ศ. 2563 ปัจจุบันแพรวาเป็นนักศึกษาปริญญาโทที่ Musikhochschule Lübeck ประเทศเยอรมนี กับ Prof. Angela Firkins นอกเหนือจากนั้นยังได้เรียนกับนักฟลูทที่มีชื่อเสียงมากมายอาทิเช่น Sebastian Jacot, Dieter Flury, Jasmine Choi, Trevor Wye, Roberto Alvarez และ Petri Alanko

    ในฐานะนักเล่นออเคสตรา แพรวาเป็นสมาชิกของ MHL-Ensembles für Alte Musik และ TONALi Orchester เธอเคยเป็นสมาชิกวง Thailand Youth Orchestra และ Siam Sinfonietta ซึ่งเคยแสดงในเวทีระดับนานาชาติมาแล้วมากมาย เช่น ในสหรัฐอเมริกา ฮัมบูร์ก มึนเช่น ไบรอยท์ พราฮา บราติสลาวา และบูดาเปสต์


    สนุข บุนปาน

    สนุข บุนปาน เริ่มเรียนฟลูทตอนอายุ 8 ปี กับนาย สินิษฐ์ ทองเจริญลาภ ที่โรงเรียนเอื้อมอารีย์ หลังจากนั้นได้เข้าศึกษาต่อที่ Young Artist Music Program วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยศึกษากับอาจารย์ Agrita Lakute และ อาจารย์ Hiroshi Matsushima ภายหลัง สนุข ได้เข้าศึกษาต่อระดับชั้นปริญญาตรีที่ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล กับอาจารย์ Hiroshi Matsushima และ อาจารย์ Yu-Jin Jung

    ในปี พ.ศ. 2560 สนุขได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่ Musikhochschule Lübeck ประเทศเยอรมนีกับอาจารย์ Angela Firkins ซึ่งสนุขจบการศึกษาในปี พ.ศ. 2563 ด้วยคะแนนสูงสุด โดยปัจจุบัน สนุข บุนปาน กำลังศึกษาอยู่ที่ Folkwang University of Art ที่เมือง Essen ประเทศเยอรมนี โดยศึกษากับอาจารย์ Anne-Catherine Heinzmann 

    นอกเหนือจากนั้นยังได้เรียนกับนักฟลู้ทที่มีชื่อเสียงมากมายอาทิเช่น Peter Lukas-Graf, Robert Aiken, Henrik Wiese, Daniela Koch, Alja Velkavehr, Petri Alanko และ Wally Hase 

    As an Orchestra Musician, Sanook was an Academist at the Orchestra Academy Lübeck , Philharmoniches Orchester der Hansestadt Lübeck in their 2018/2019 season. He also played as a Guest Musician with Gürzenich Orchestra Köln. He has worked under numerous renowned Conductors, among them are Ton Koopman, Lothar Zagrosek, Francois-Xavier Roth, Alessandro Crudele and Karl-Heinz Steffens. Sanook was also a Finalist in Dutch International Flute Competition 2019 in category Master. Sanook is currently a Master of Music student at Folkwang University of Arts, Essen, Germany in the class of Professor Anne-Catherine Heinzmann, Majoring in Orchestral Playing.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า